คำถามที่พบบ่อยๆ

สามารถสมัครเข้าเรียนได้ตลอดทั้งปีหรือไม่
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น (ภาคปกติ) มีการกำหนดเดือนที่สามารถสมัครเข้าเรียนได้ เช่นหลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่น (เริ่มเรียนเดือนเมษายนและตุลาคม) และหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปฏิบัติ (เริ่มเรียนเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) โดยเฉพาะในกรณีที่ขอวีซ่านักเรียนต้องยื่นเอกสารขอวีซ่าล่วงหน้า จึงต้องเริ่มดำเนินการสมัคร 6 เดือนก่อนที่จะเข้าเรียน แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องขอวีซ่านักเรียน สามารถสมัครได้ภายในสิ้นเดือนก่อนการเปิดเรียนจริง เช่น หากเปิดเรียนเดือนเมษายน ต้องสมัครภายในเดือนมีนาคม
Q: ผู้ที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น สามารถสมัครเข้าเรียนได้หรือไม่
ผู้สมัครเรียนจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐาน อย่างน้อยควรมีความสามารถในการอ่านและเขียนตัวฮิรางานะ คาตาคานะ การสนทนาง่ายๆ เช่นการทักทาย การแนะนำตัว เพราะผู้ที่สามารถขอวีซ่านักเรียนได้ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการเรียนภาษาญี่ปุ่นมาแล้วอย่างน้อย 150 ชั่วโมง นอกจากนี้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐานยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเริ่มต้นเรียนในสถาบันและสามารถดำรงชีวิตในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น
Q: ผู้ที่ไม่ได้จบการศีกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถสมัครเข้าเรียนได้หรือไม่
ในกรณีที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและอาศัยในประเทศญี่ปุ่นมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียว สามารถสมัครเข้าเรียนได้ แต่ถ้าต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาหรือโรงเรียนอาชีวศึกษา ไม่สามารถสมัครเข้าสถาบันได้ ถ้าต้องการสมัครเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาจำเป็นต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (12 ปี)
แต่ถ้านักเรียนเข้าเรียน และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น สามารถได้สิทธิสมัครเพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา และถ้านักเรียนคิดว่าหลังจากเรียนภาษาญี่ปุ่นที่สถาบันโอซากา YMCA แล้ว มีความต้องการเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศญี่ปุ่น สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงาน
Q: นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ตอนต้นและนักเรียนระดับประถมศึกษา สามารถสมัครเข้าเรียนได้หรือไม่
นโยบายของสถาบันจะไม่รับนักเรียนที่มีอายุตั้มกว่า 17 ปี แต่ในกรณีที่นักเรียนอายุระหว่าง 14-16 ปีและอาศัยอยู่กับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง สถาบันจะทำการสัมภาษณ์โดยตรงและหากพิจารณาแล้วพบว่าไม่มีอุปสรรคต่อการเรียน มีกรณีที่จะอนุญาตให้เข้าเรียนสถาบันเป็นข้อยกเว้น แต่เป็นกรณีเฉพาะสำหรับผู้ที่มีแผนจะเรียนต่อที่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศญี่ปุ่น รายละเอียดต่างๆโปรดสอบถามที่สถาบัน

การสมัครและเอกสารการสมัคร

  • Q: ยื่นเอกสารสมัครอย่างไร
    • หลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว กรุณาให้ผู้ค้ำประกันหรือตัวแทนของนักเรียนไปยื่นเอกสารต่างๆที่สถาบันโอซากา YMCAถ้าหากนักเรียนดำเนินงานสมัครที่สำนักงานที่อยู่ต่างประเทศ สามารถยื่นเอกสารได้ที่นั่นโดยตรง
Q: ยื่นเอกสารสมัครอย่างไร
ผู้สนับสนุนทางการเงินคือผู้ที่จะรับผิดชอบในการชำระเงินให้กับนักเรียนโดยตรง เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในระหว่างที่นักเรียนเรียนที่สถาบัน หากนักเรียนอาศัยที่ประเทศญี่ปุ่นในระยะยาว ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ฉะนั้นโดยปกติบิดามารดาของนักเรียนหรือผู้ปกครอง (ญาติโดยสายเลือด) จะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินของนักเรียน และ สถาบันจะไม่ยอมรับการสนับสนุนทางการเงินที่นักเรียนต้องชดใช้คืนในอนาคต ฉะนั้นคนรู้จักหรือเพื่อนจะไม่สามารถเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับนักเรียนได้ แต่มีกรณียกเว้นซึ่งสถาบันสามารถยอมรับได้คือในกรณีที่นักเรียนถูกส่งมาจากบริษัทมาที่สถาบันเพื่อศึกษาภาษาญี่ปุ่น
Q: มีสำนักงานในต่างประเทศที่สามารถดำเนินการสมัครเข้าเรียนได้หรือไม่
มี ดูข้อมูลรายละเอียดได้ที่นี่ >> สำนักงานในต่างประเทศและองค์กรพันธมิตร

วีซ่า

Q: สามารถยื่นเอกสารเพื่อดำเนินการขอวีซ่าที่สถาบันได้หรือไม่
ในกรณีที่สมัครเรียนหลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่นและหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปฏิบัติ สามารถดำเนินเรื่องขอวีซ่านักเรียนได้ที่สถาบัน ส่วนวีซ่าอื่นๆ ไม่สามารถดำเนินการที่สถาบันได้
Q: มีการจำกัดอายุสำหรับผู้ที่ยื่นขอวีซ่านักเรียนหรือไม่
ไม่มีการจำกัดอายุอย่างชัดเจน แต่มีมาตรฐานคร่าวๆ ในกรณีที่ต้องการจะขอวีซ่านักเรียน หากนักเรียนจบการศึกษาผ่านไปแล้ว 5 ปี ถ้าไม่มีเหตุผลและแผนในการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างชัดเจน จะทำให้การขอวีซ่านักเรียนนั้นยากขึ้น ยกตัวอย่างในกรณีที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้ที่อายุเกิน 23 ปี หรือในกรณีที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้ที่อายุเกิน 27 ปี การพิจารณาเพื่อขอวีซ่าจะยากขึ้น แต่หากมีเหตุผลและแผนในการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างละเอียดชัดเจนก็ไม่จัดอยู่ในกรณีเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนผู้ที่มีวีซ่าอื่นนอกจากวีซ่านักเรียน ไม่มีการจำกัดอายุเพื่อเข้าเรียนที่สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นโอซากา YMCA
Q: ช่วยอธิบายเกี่ยวกับวีซ่านักเรียน
วีซ่านักเรียน เป็นวีซ่าที่นักเรียนจำเป็นต้องดำเนินการขอเมื่อต้องการเข้าศึกษาในองค์กรเพื่อการศึกษาระดับสูง เช่น มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอาชีวศึกษา ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวีซ่าที่รับรองสถานภาพการพำนักเพื่อ “การเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น”
“หลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่น” เป็น “หลักสูตรเตรียมความพร้อมเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย” ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เรียนในหลักสูตรนี้จะได้รับวีซ่านักเรียน ระยะเวลาของวีซ่าคือ 1 ปี 3 เดือนหรือ 2 ปี 3 เดือน
ในอดีต (จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ.2010) มีวีซ่าชื่อ “Shugaku” เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ได้รับการศึกษาที่โรงเรียนนอกจากระดับอุดมศึกษา แต่ปัจจุบันถูกรวมอยู่ใน “วีซ่านักเรียน (Ryugaku)” ในกรณีที่นักเรียนจะเข้าเรียนในหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปฏิบัติ สามารถขอวีซ่านักเรียนเหมือนโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นทั่วๆไปได้ ระยะเวลาที่ขอได้คือ 1ปี 3เดือน
Q: สามารถเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยการขอวีซ่าประเภทระยะสั้นซ้ำหลายๆ ครั้งอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่
โดยหลักการทางกฎหมาย การเข้าประเทศเพื่อการอบรมทางด้านภาษาในระยะสั้นสามารถเข้าได้ครั้งเดียว (กระทรวงการต่างประเทศกำหนด) ทางสถาบันจึงไม่สามารถแนะนำข้อมูลแนวโน้มความเป็นไปได้ในการเข้าประเทศอย่างชัดเจน
หากนักเรียนมีประวัติเคยอยู่ประเทศญี่ปุ่นระยะยาว (เกิน 1เดือน) โดยใช้วีซ่าระยะสั้น และมีวัตถุประสงค์, ที่พักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นไม่ชัดเจน ในกรณีนี้อาจถูกปฏิเสธในการเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ สถาบันจึงขอแนะนำไม่ให้นักเรียนพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นในระยะยาวก่อนจะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น

การเรียน

Q: ในระยะเวลา 1 ปี สามารถพัฒนาภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยเพียงไร
ในกรณีที่เริ่มเรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐานในหลักสูตรสอนภาษาญี่ปุ่น (ภาคปกติ) หลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่นและหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปฏิบัติ นักเรียนจะสำเร็จในระดับกลางภายใน 1ปี นักเรียนจะมีทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน โดยสามารถเข้าใจประโยคอย่างคร่าวๆ และพูดในสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ ดูลายระเอียดได้ที่เป้าหมายในการเรียนการสอนแต่ละระดับ
Q: ถ้าสามารถพัฒนาการเรียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว สามารถข้ามระดับการเรียนได้หรือไม่
โดยปกติไม่สามารถทำได้ สถาบันได้จัดระยะเวลาเรียนเพื่อจบแต่ละระดับ เป็นเวลา 6 เดือน โดยเรียนวันละ 4-5คาบ จึงเป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนจะสามารถพัฒนาภาษาได้อย่างรวดเร็วจนสามารถข้ามระดับได้ สิ่งที่สำคัญในการเรียนภาษาคือเรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การเข้าใจหลักไวยากรณ์กับการปฏิบัติจริงด้วยตนเอง สองทักษะนี้จะใช้ความสามารถที่แตกต่างกันมาก สิ่งที่สำคัญในการเรียนภาษาคือ การใช้ระยะเวลาในการเรียนที่เหมาะสมคือไม่น้อยจนเกินไป การอ่านหนังสือเตรียมตัวล่วงหน้าและทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง การเข้าเรียนและทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ภาษาพัฒนาตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นักเรียนจึงควรจะตั้งเป้าหมายในการเรียนตั้งแต่แรก และการพยายามมุ่งมั่นโดยไม่รีบร้อนถือเป็นทางลัดที่จะทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนภาษา
Q: การจัดห้องเรียน มีวิธีการจัดอย่างไร
จัดห้องเรียนโดยพิจารณาจากผลสอบก่อนการเข้าเรียน ( the placement test )
Q: มีวิชาเตรียมตัวเพื่อการทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น (JLPT) และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (EJU) หรือไม่
ในหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปกติ (หลักสูตรที่ครอบคลุมภาษาญี่ปุ่น・หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นภาคปฏิบัติ) มีวิชาเลือกสำหรับการเตรียมตัวเพื่อการทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น (JLPT) หลักสูตรที่ครอบคลุมภาษาญี่ปุ่นมีการเรียนการสอนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเข้มงวด และมีวิชาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (EJU) ด้วย แต่หลักสูตรของสถาบันไม่ได้มีเฉพาะเพื่อการเตรียมตัวสอบเพียงอย่างเดียว บางครั้งนักเรียนสามารถสอบผ่านเพื่อเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่ทักษะการสื่อสารหรือทักษะภาษาญี่ปุ่นเพื่อการเรียนยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถปฏิบัติจริงได้ สถาบันจึงมีนโยบายให้มีการสอนภาษาญี่ปุ่นที่มีระดับสูงๆ ก่อนแล้วจึงไปเข้มงวดในเรื่องการสอบเข้าเรียนต่อ
Q: วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่นหรือไม่
ภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับสำหรับนักเรียนที่มีวีซ่านักเรียน แต่เป็นวิชาเลือกสำหรับนักเรียนที่มีวีซ่าอื่นๆ
Q: หลังเลิกเรียนสามารถอ่านหนังสือหรือค้นคว้าที่สถาบันได้อย่างอิสระหรือไม่
สามารถทำได้ ห้องเรียนบางห้องเปิดให้บริการเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า กรุณาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน

การเรียนต่อและการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย

Q: ควรจะมีระยะเวลาในการเรียนภาษาญี่ปุ่นนานเท่าไร หากต้องการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศญี่ปุ่น
โดยปกติ หากนักเรียนเริ่มเรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ควรจะเรียนอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง (เพื่อจบระดับสูง) นักเรียนที่เริ่มเรียนตั้งแต่เดือนเมษายน ควรจะเรียน 2 ปี ส่วนนักเรียนที่เริ่มเรียนตั้งแต่เดือนตุลาคม ควรจะเรียนอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง
Q: จบการศึกษาจากโรงเรียนระดับมัธยมปลายในประเทศของตนเอง แต่ระยะเวลาเรียนไม่ถึง 12 ปี ได้ข่าวว่าไม่สามารถสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นได้ ควรจะทำอย่างไร
หากนักเรียนเรียนใน “หลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่น” มากกว่า 1 ปี นักเรียนจะมีสิทธิ์สมัครเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอาชีวศึกษาที่ญี่ปุ่นได้ เนื่องจาก “หลักสูตรครอบคลุมภาษาญี่ปุ่น” เป็น “หลักสูตรเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย” ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ฉะนั้นในกรณีที่นักเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมช่วงปลาย (ที่ญี่ปุ่นเท่ากับโรงเรียนมัธยมปลาย) ระยะเวลาเรียนไม่ถึง 12 ปี ก็จะมีสิทธิ์สมัครเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย, โรงเรียนอาชีวศึกษา) ที่ญี่ปุ่น
Q: สามารถเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สถาบันได้หรือไม่ หากต้องการจะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ 
สถาบันไม่ได้จัดให้มีวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในภาคปกติ แต่ถ้ามีนักเรียนต้องการเรียนวิชาเหล่านั้น สถาบันจะเปิดสอนช่วงปิดเทอมระยะยาว เช่น ปิดเทอมภาคฤดูร้อน หากนักเรียนตั้งใจจะเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ กรุณาติดต่อสถาบันล่วงหน้า

ค่าเล่าเรียนและทุนการศึกษา


Q: มีระบบลดค่าเล่าเรียนหรือไม่
โดยปกติไม่มีนโยบายลดค่าเล่าเรียนให้กับนักเรียนใหม่ แต่มีระบบลดค่าเล่าเรียน และทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในโบสถ์ หรือผู้ที่เผยแพร่ศาสนาคริสต์ และผู้ที่ปฏิบัติงานในองค์กร NPO หรือ NGO ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินการเพื่อความยุติธรรมในสังคม หรือ เพื่อทำให้เกิดสันติภาพในโลก
Q: สามารถจองทุนการศึกษาล่วงหน้าได้หรือไม่
ทุนการศึกษาที่สถาบันมีให้มีรายละเอียดที่เว็บไซต์นี้ Clickhere ทุกทุนการศึกษาจะมีระบบการคัดเลือกหลายขั้นตอน โดยขั้นแรกคัดเลือกโดยสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นโอซากา YMCA และจะพิจารณาอีกครั้งโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่เป็นผู้มอบทุนการศึกษาให้
ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีผลการเรียนที่สูงและมีความพยายาม มุ่งมั่น ตั้งใจเรียน ทุนการศึกษาจึงไม่สามารถจองได้
Q: สามารถแบ่งการชำระค่าเล่าเรียนได้หรือไม่
ถ้านักเรียนจะเรียนในหลักสูตรระยะยาวมากกว่า 1 ปี สามารถแบ่งจ่ายได้ทุก 6 เดือน หากนักเรียนมีความต้องการแบ่งจ่ายค่าเล่าเรียน ควรติดต่อสอบถามที่สำนักงานก่อนการดำเนินเรื่องเพื่อเข้าเรียนที่สถาบัน

การเข้าประเทศ・ที่พักอาศัย・การดำรงชีวิต

Q: ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนควรเตรียมประมาณเท่าไร
ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในชีวิตประจำวันควรจะเตรียมอย่างน้อย 100,000 เยนต่อเดือน
Q: นอกจากหอพักที่แนะนำในเว็บไซต์แล้ว สถาบันจะแนะนำที่พักอาศัยจากที่อื่นๆให้นักเรียนหรือไม่
สามารถแนะนำหอพักจากที่อื่นๆให้ได้ แต่จำนวนหอพักมีค่อนข้างน้อย เพราะเป็นหอพักสำหรับนักเรียนควรมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด และราคาไม่สูงมากจนเกินไป ฉะนั้นต้องสำรวจห้องว่าง หากมีห้องว่างทางสถาบันจะสามารถแนะนำให้กับนักเรียนได้ ซึ่งการแนะนำนี้จะดำเนินการโดยไม่ผ่านเอเจนซี่
Q: สถาบันสามารถเป็นผู้ร่วมลงนามเพื่อทำสัญญาเมื่อเช่าห้องได้หรือไม่
ไม่ได้ ทางสถาบันไม่สามารถเป็นผู้ร่วมลงนามในกรณีใดๆ รวมถึงเมื่อเช่าห้อง
Q: ระหว่างที่เรียนที่สถาบัน นักเรียนสามารถทำงานพิเศษได้หรือไม่ และสถาบันมีการแนะนำงานพิเศษให้กับนักเรียนหรือไม่
นักเรียนที่มีวีซ่านักเรียน หลังจากเข้าเรียน 3 เดือน สามารถขอใบอนุญาต “การทำกิจกรรมนอกเหนือจากคุณสมบัติของวีซ่า” หลังจากได้รับใบอนุญาตนักเรียนสามารถเริ่มทำงานพิเศษได้ แต่ในกรณีที่ได้รับใบอนุญาต ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเลือกทำงาน นักเรียนควรเลือกงานพิเศษที่เหมาะสมกับการเป็นนักเรียน ในกรณีที่มีวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าหากนักเรียนไม่ได้เข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ ขาดเรียนบ่อย จะไม่สามารถขอใบอนุญาต “การทำกิจกรรมนอกเหนือจากคุณสมบัติของวีซ่า” ได้
Q: เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น มีบริการรับที่สนามบินหรือไม่
ในกรณีที่นักเรียนไม่มีผู้ติดต่อหรือผู้ดูแล และนักเรียนจะเข้าหอพักที่สถาบันแนะนำให้ ทางสถาบันจะไปรับนักเรียนที่สนามบินและพาไปที่หอพักและช่วยดำเนินเพื่อเข้าหอพัก แต่ในกรณีที่นักเรียนมีผู้ติดต่อหรือผู้ดูแล หรือไม่ได้เข้าหอพักที่สถาบันแนะนำ

อื่นๆ

Q: สามารถเข้าไปชมการเรียนการสอน หรือ ทดลองเรียน ก่อนการเข้าเรียนจริงได้หรือไม่
ในหลักสูตรภาคปกติ ไม่สามารถเข้าไปชมการเรียนการสอน หรือ ทดลองเรียนก่อนการเข้าเรียนจริงได้
Q: มีระบบพักการเรียนชั่วคราวหรือไม่
ไม่มี ถ้านักเรียนป่วยหรือมีเหตุผลที่จะต้องขาดเรียนเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 1 เดือน นักเรียนจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนก่อน
Q: สามารถย้ายจากโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่อื่นเพื่อเข้ามาเรียนในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น โอซากา YMCA หรือย้ายออกจากสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น โอซากา YMCAเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่อื่นๆได้หรือไม่
ตามกฎของสถาบันไม่สามารถทำได้ แต่สามารถเป็นไปได้หากเกิดสถานการณ์บางอย่างหรือในกรณีพิเศษ
Q: ที่สถาบันมีโรงอาหารหรือไม่
ไม่มี นักเรียนจำเป็นต้องนำอาหารกลางวันมาด้วยตนเองโดยสามารถทานได้ในห้องเรียนและล็อบบี้บางส่วน สถาบันมีไมโครเวฟและเครื่องทำน้ำร้อนให้ใช้ด้วย หากไม่ได้นำอาหารกลางวันมา นักเรียนสามารถซื้อ หรือทานนอกสถาบัน
Q: ที่สถาบันมีบริการเครื่องคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนสามารถใช้ได้อย่างอิสระหรือไม่
สถาบันได้จัดคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักเรียนใช้ นอกจากนี้มีบริการ Wifi อีกด้วย หากนักเรียนมีโน๊ตบุ๊คหรือสมาร์ทโฟนส่วนตัวสามารถนำมาใช้บริการ Wifi ได้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงาน

รายละเอียดเกี่ยวกับ YMCA

YMCA คือ องค์กรเกี่ยวกับอะไร
YMCA (Young Men’s Christian Association) ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1844 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยความตั้งใจเดิมขององค์กรคือการวางหลักการฝึกปฏิบัติของคริสเตียน เน้นการศึกษาและพัฒนาประชากรในช่วงวัยรุ่น ปัจจุบัน YMCAส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาสังคมที่ครอบคลุมองค์ประกอบทางจิตวิญญาณทางปัญญาและทางด้านกายภาพ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโลกใบนี้ ในปี 2013 YMCA ได้เติบโตขึ้นและมีสมาชิกจาก 119 ประเทศ โดยจัดกิจกรรมที่จำเป็นสำหรับคนที่อยู่ในประเทศนั้นๆ
LinkIcon คลิกที่นี่เพื่อไปยังเว็บไซต์องค์กร YMCA ของประเทศญี่ปุ่น
ได้ข่าวว่า YMCA เป็นองค์กรของศาสนาคริสต์เป็นหลัก คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ สามารถเข้าเรียนที่นี่ได้หรือไม่?
ไม่มีข้อกำหนดเรื่องศาสนา ทุกศาสนาสามารถเข้าเรียนที่สถาบันได้ YMCA มีกิจกรรมอาสาสมัครหรือกิจกรรมวันคริสต์มาส หรือวันอีสเตอร์เป็นของศาสนาคริสต์ และมีพิธีขอบคุณพระเจ้าในวันปฐมนิเทศและวันปัจฉิมนิเทศ แต่หากนักเรียนไม่สะดวกที่จะร่วมกิจกรรมเหล่านี้ทางสถาบันไม่มีนโยบายที่จะบังคับนักเรียน ในปัจจุบันมีนักเรียนต่างศาสนา ต่างสถานที่ ต่างความเชื่อเรียนร่วมกันภายในสถาบัน เป้าหมายของ YMCA คือ สร้างสังคมที่ทุกๆคนอยู่ร่วมกันโดยสันติไม่ว่าจะมีความคิด ความเชื่อ ศาสนาหรือวัฒนธรรมที่ต่างกัน สถาบันมีความต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน